มาลดหุ่นสวย เป๊ะปัง อลังการ พร้อมที่จะใส่บิกินี่สวยๆ ไปเที่ยวทะเล

พฤษภาคม 21, 2018

 

เชื่อว่า สาว ๆ หลายคนมีความใฝ่ฝันอยากที่จะออกกำลังเชื่อว่า สาว ๆ หลายคนมีความใฝ่ฝันอยากที่จะใส่ชุดว่ายน้ำ หรือใส่บิกินี่สวย ๆ ไปอวดหุ่นริมชายทะเล ซึ่งหลายคนมีความกังวลใจว่า แขนจะใหญ่ไปไหม พุงจะล้ำหน้ารึป่าว ต้นขาจะมีเซลลูไลท์ หรือไม่ และนี่ก็เป็นสาเหตุและแรงจูงใจในการลดน้ำหนักของสาว ๆ ซึ่งวันนี้ เรามีวิธีแนะนำให้สาว ๆ ได้มีหุ่นที่ฟิตกระชับ ได้สัดส่วนก่อนที่จะได้ใส่ชุดว่ายน้ำ อวดหุ่นสวยริมทะเล ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ  คาสิโน

คาร์ดิโอวันละ 20 นาที

ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น ๆ แล้ว การออกกำลังกายด้วยการคาร์ดิโอนั้น จะช่วยเผาผลาญพลังงานไปอย่างมากเลยทีเดียว  และนอกจากนี้ การวิ่งบนลู่วิ่งนั้น หรือการวิ่งตามสวนสาธารณะ ซึ่งควรวิ่งวันละ 20 นาที และข้อดีของการวิ่งนั้น จะช่วยให้เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งจะทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดนั้น สูบฉีด  และช่วยให้ร่ายกายเผาผลาญ ลดการสะสมของไขมันได้เป็นอย่างไร

การดื่มน้ำมะนาวในตอนเช้า

ใครจะรู้ว่า น้ำมะนาวเนี่ยแหละที่จะช่วยลดน้ำหนักได้ วิธีการก็คือ ใส่น้ำอุ่นลงไปในถ้วย จากนั้นก็เติมน้ำมะนาวลงไปในด้วย ผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็ดื่มเป็นประจำทุกเช้า ซึ่งน้ำมะนาวนั้นจะช่วยในการดีท็อกซ์ และเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ออกกำลังกายโดยการฝึกโยคะ

การออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะนั้น จะช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และคลายอาการปวดเมื่อย  และยังช่วยให้สาว ๆ ที่อยากมีรูปร่างที่กระชับ ได้สัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง ต้นขา หรือแขนได้ดีอีกด้วยและการเล่นโยคะที่ถูกต้องบาท่านั้น ยังมีข้อดีที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายอีกด้วย ทำให้สาว ๆ ที่เป็นชอบท้องผูก จะช่วยได้เยอะเลยทีเดียว

นอนหลับให้เพียงพอ

สำหรับการพักผ่อนที่ดีที่สุด ก็คือการนอนหลับ และการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยในการลดน้ำหนักได้ เพราะการนอนดึกจะทำให้หิว และน้ำหนักขึ้นนั่นเองอีกทั้งการนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ควบคุมระดับน้ำตาลและควบคุมการสะสมไขมัน ส่งผลให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมาก

และทริปการไปเที่ยวทะเลนั้น สำหรับสาว ๆ ที่อยากไปใส่ชุดว่ายน้ำ หรือชุดบิกินี่ หรือแม้กระทั่งชุดไปเที่ยวทะเล ซึ่งวิธีที่เรานำเสนอไปเป็นวิธีที่จะช่วยให้สาว ๆ มีหุ่นเป๊ะปัง แบบไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนเลยทีเดียว…

Read More

การเลือกเวย์โปรตีนสำหรับคนเพิ่งเริ่มหัดทานใหม่ๆ

กันยายน 2, 2018

หลายคนหันมาเริ่มรักสุขภาพมากขึ้นจึงหันไปออกกำลังกาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเข้ายิมเล่นฟิตเนส
และอาจจะได้ยินว่าหนึ่งในการเสริมสร้างร่างกายนอกจากจะออกกำลังกายแล้วนั่นคือการกินเวย์โปรตีนซึ่งพูดง่ายๆก็คืออาหารเสริมนั่นเอง
สำหรับเวย์โปรตีนนั้นไม่ใช่อาหารที่ทานแล้วทำให้กล้ามใหญ่เหมือนที่หลายคนเข้าใจผิด
แต่มันคือโปรตีนที่จะช่วยเพิ่มเติมความต้องการของร่างกายมากยิ่งขึ้น
โดยมีเหตุผลหลักในการทานคือการซ่อมแซมร่างกาย
ซึ่งจริงๆแล้ว็เมื่อกับเราทานอาการที่มีโปรตีนทั่วไปเพียงแต่เวย์โปรตีนจะทานได้ง่ายขั้นเท่านั้น
แต่ก็มีคำถามที่เกิดขึ้นมาเยอะมากว่าเวย์โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทานหรือไม่
เพราะหากถูกเรียกว่าอาหารเสริมก็จะถูกมงว่าไม่ได้มีความจำเป็นมากต่อร่างกายอยู่แล้วอย่างไรก็ตามมัน
ก็ถูกจัดว่ามีความจำเป็นไม่น้อยเลยทีเดียวหากมองถึงประโยชน์ของมันที่ร่างกายเราจะได้รับเมื่อรับประทานโดยเฉพาะคนเล่นกล้าม
โดยคนเล่นกล้ามนั้นส่วนใหญ่ได้รับการวิจัยมาแล้วว่าจะบริโภคโปรตีน 0.8 กรับต่อน้ำหนักของร่างกาย
1 ปอนด์ ซึ่งจะได้รับต่อวัน
ซึ่งปริมาณของโปรตีนนั้นหากเราต้องเลือกทานทางด้านของกล่องก็มีบอกอยู่แล้วที่จะบอกถึงสารอาหาร
รวมไปถึงส่วนประกอบต่างๆว่ามีอะไรบ้างอีกทั้งยังเป็นการบ่งบอกคุณภาพของสินค้าเพื่อให้เกิดความมั่นใจ
ต่อผู้บริโภคว่าจะไม่มีโปรตีนชนิดคุณภาพแย่อย่างแน่นอน
สำหรับการเลือกเวย์โปรตีนนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆตือเวย์โปรตีนแบบคอนเซนเทรท
เวย์โปรตีนแบบไอโซเลท และเวย์โปรตีนแบบไฮโดรไลเซทส์
ซึ่งแต่บะประเภทจะให้โปรตีนรวมถึงคุณภาพที่แตกต่างกัน
แต่ทั้งสามชิดก็มีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกันนั่นคือหากเราเป็นคนที่แพ้นม
ซึ่งเป็นอาหารที่มีกรดแลคตัสที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียก็ควรที่จะเลือกทานเวย์โปรตีนแบบไฮโดรไลเซท
ส์ที่มีกรดแลคโตสน้อยกว่าทำให้ไม่เกิดอาการท้องอืดนั่นเอง
ซึ่งจริงๆแล้วการเลือกเวย์นั้นโปรตีนนั้นถูกแบ่งแยกย่อยออกมาได้ 4 ข้อด้วยกัน
ข้อแรกคือคอนเซนเทรต ซึ่งจะเป็นการสกัดเอาเฉพาะโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย
โดยมันจะมาในรูปแบบผงโปรตีนมากถึง 80% ส่วนองค์ประกอบที่เหลือเป็นคาร์โบไฮเดรต
และเต็มไปด้วยไขมันที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายที้สำคัญเวย์ชิดนี้มีราคาที่ถูก
และเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งหัดเล่นเวทใหม่ๆ
แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันนั่นคือไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีอาการแพ้น้ำตาลจากนมหรือบางยี่ห้อมีรสหวาน
แต่ใช้น้ำตาลปลอมเป็นส่วนประกอบแทนต่อมาคือไอโซเลต ซึ่งเป็นเวย์ที่มีโปรตีนอัดแน่นมากถึง 95% เลยทีเดียว
โดยสกัดมาจากคาร์โบไฮเดรตและไขมันที่จำเป็นมากกว่าชนิดอื่น ซึ่งก็ทำให้มีราคาแพงแต่ก็มีข้อดีมากมาย
โดยจะช่วยเรื่องการเพิ่มการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ
ช่วยลดไขมันพร้อมช่วยในการเผาผลาญไขมันที่ดีอีกทั้งยังสามารถย่อยสลายอาหารที่ทานลงไปได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย…

Read More

หลีกได้ให้หนีไปสะกับ ไขมันทรานส์

กันยายน 1, 2018

ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินได้เห็นคำว่า “ไขมันทรานส์” ผ่านหูผ่านตาอยู่บ่อยๆ
หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศว่า ทรานส์แฟต (Trans Fat) จะถูกห้ามผลิต
นำเข้า และจำหน่ายในประเทศไทย ภายใน 6 เดือน ว่าแล้วเรามารู้จัก
“ไขมันทรานส์” พร้อมวิธีหลีกเลี่ยงภัยเงียบต่อสุขภาพนี้กัน…
กรด “ไขมันทรานส์” (Trans Fatty Acids) คือ
น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oils)
เพื่อให้น้ำมันกลายมาเป็นไขมันแข็ง
ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากมีราคาถูก
ช่วยให้อาหารอยู่ได้นานโดยไม่เหม็นหืน ไม่เป็นไขและสามารถทนความร้อนได้สูง
ไขมันทรานส์ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเพิ่มระดับไขมันเลว (LDL) และลดไขมันดี (HDL)
ในเส้นเลือด ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
เบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต เนื่องจากร่างกายกำจัดไขมันทรานส์ได้ยาก
ทำให้มีการอักเสบของผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
ทั้งยังเสี่ยงต่อจอประสาทตาเสื่อม โรคนิ่วในถุงน้ำดี และโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย
ทริคการกินให้ห่างไกล “ไขมันทรานส์” และ “ไขมันอิ่มตัว”

1. ควรรับประทานกรดไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ หรือน้อยกว่า 22
กรัมต่อวัน ยิ่งถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอยู่แล้ว
ควรรับประทานไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าร้อยละ 7 หรือน้อยกว่า 15.5 กรัมต่อวัน
2. หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว โดยลดการกินอาหารทอด
เลี่ยงการกินฟาสต์ฟู้ด อาหารทอดน้ำมันท่วม และคุมการกินขนมอบ เบเกอรี่
รวมถึงโดนัทที่ใช้เนยขาว เนยเทียม ครีมเทียม มาการีน
3. ลดหรืองดการกินอาหารอื่นๆ ที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ได้แก่ ไขมันที่มาจากสัตว์ เช่น
เนื้อสัตว์ หนังไก่ สะโพกไก่ มันหมู เนื้อติดมัน เนย ชีส และไขมันที่มาจากพืช เช่น
น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม ครีมเทียม
4. ใช้น้ำมันที่ปรุงอาหารให้หลากหลายในปริมาณที่พอเหมาะไม่เกิน 6
ช้อนชาต่อวัน
5. อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร โดยมาก Trans fat
จะใช้ในชื่ออื่นๆ เช่น Hydrogenated vegetable oil, partially hydrogenated vegetable oil,
vegetable oil shortening, Shortening, Hydrogenated margarine เป็นต้น

สำหรับร้านแบรนด์ดังที่ออกมาประกาศแล้วว่า
ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าของพวกเขา
ไม่มีไขมันทรานส์เจือปนแน่นอน ได้แก่ เบเกอรี่และเฟรนช์ฟรายส์ แมคโดนัลด์,
ไก่ทอด เคเอฟซี, พิซซ่า พิซซ่าฮัท, อาหารทุกชนิดของ เบอร์เกอร์คิง, โดนัท
คริสปี้ครีม, เบเกอรี่ เทสโก้โลตัสและ เบเกอรี่ บิ๊กซี…

Read More

กระชาย สมุนไพรชูกำลังแห่งแดนสยาม

สิงหาคม 31, 2018

กระชาย เป็นสมุนไพรที่จัดอยู่ในตระกูลขิง มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพมหานคร), กระชายดำ กะแอน
ขิงทราย (มหาสารคาม), จี๊ปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊าสี่ เป๊าะสี่ ระแอน
เป๊าะซอเร้าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ละแอน (ภาคเหนือ) และขิงจีน เป็นต้น
โดย กระชายมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จัดเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ มีรากอวบ
เป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปทรงไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว
มีความยาวประมาณ 4-10 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1-2เซนติเมตร
นอกจากนี้ กระชาย ยังออกเป็นกระจุก ผิวมีสีน้ำตาลอ่อน
ส่วนเนื้อในมีสีเหลือง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
มักพบขึ้นในป่าดิบร้อนชื้น มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และ กระชายเหลือง
ซึ่งที่ได้รับความนิยมในการบริโภคคือ กระชายเหลือง
ซึ่งนอกจากการนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำมาใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในแกงป่า
หรือผัดต่าง ๆ แล้ว กระชาย ยังมีสรรพคุณทางยานานับประการ
จนได้ชื่อในวงการแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย”นั่นก็เพราะ กระชาย กับ โสม
มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง เช่น สรรพคุณในการบำรุงกำลังและเสริมสมรรถภาพทางเพศ
ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสมุนไพรทั้งสองชนิด
อีกทั้งยังเป็นพืชที่มีส่วนสะสมอาหารที่ใช้เป็นยาอยู่ใต้ดินเหมือนกันด้วย
นอกจากนี้ กระชาย และ โสม ยังสามารถเรืองแสงในที่มืดได้เหมือนกันด้วย
แถมรูปทรงลักษณะยังคล้ายรูปร่างมนุษย์ซึ่งบางครั้งเราจะเรียกโสมว่า “โสมคน” และเรียกกระชายว่า
“นมกระชาย” อันเป็นอีกหนึ่งความเกี่ยวข้องเรื่องสรรพคุณทางเพศ
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ กระชาย จะมีสรรพคุณล้นเหลือในตำรายาแดนสยาม ทั้ง ช่วยบำรุงร่างกาย
เป็นยาอายุวัฒนะหัวกระชาย ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย
แก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก เสริมสมรรถภาพทางเพศและบำบัดโรคนกเขาไม่ขัน
เท่านั้นไม่พอ หากนำเหง้าและรากของ กระชายมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นตากแห้งแล้วบดจนเป็นผง
และใช้ผงแห้งที่เตรียมไว้ประมาณ 1 ช้อนชา ชงกับน้ำร้อนครึ่งถ้วยชา แล้วรับประทานเพียงครั้งเดียว
ยังช่วยบำรุงหัวใจได้ด้วยนอกจากนี้ กระชาย ช่วยบำรุงกระดูก
ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมน ช่วยบำรุงกำหนัด ช่วยบำรุงสมอง
ช่วยปรับสมดุลของความดันโลหิต ช่วยแก้โรคในปากและคอ
ช่วยแก้อาการปวดท้องต่างๆ ช่วยบำรุงตับและไต และช่วยบำรุงมดลูกของสตรี ด้วย
ความจริงยังมีสรรพคุณมากกว่านี้
แต่กลัวว่าจะอ่านจนตาแฉะ เอาเป็นว่าไปหามารับประทาน รับรอง
กระชาย ดีจริงทั้งหญิงและชาย อย่างน้อยก็เอามาประกอบอาหาร
รับประทานได้ทุกครอบครัว ทั้งอิ่มท้องทั้งสุขภาพดีของแบบนี้จะพลาดได้ไง…

Read More

5 ประโยชน์ดี ๆ ของ “น้ำมะพร้าว” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

สิงหาคม 30, 2018

เชื่อหลาย ๆ คนคงจะรู้ว่าน้ำมะพร้าวมีประโยชน์ต่อผิวพรรณมากแค่ไหน

แต่ความจริงแล้วน้ำมะพร้าวไม่ได้มีประโยชน์แต่กับผิวเท่านั้น
เพราะน้ำมะพร้าวยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเราอีกมากมาย
ซึ่งคุณอาจจะไม่รู้มาก่อนก็ได้ ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยดีกว่า
1. ช่วยให้สดชื่น
หากวันไหนที่ร่างกายรู้สึกไม่สดชื่นให้ลองหาน้ำมะพร้าวมาดื่มดู
มั่นใจได้เลยว่าร่างกายจะสดชื่นขึ้นมาทันทีหลังจากที่ดื่มน้ำมะพร้าวแล้ว
เพราะน้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากธรรมชาติ มีฤทธิ์เย็น จึงช่วยดับร้อนได้
2. ช่วยล้างสารพิษ
เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีค่าความเป็นด่างค่อนข้างสูง
จึงสามารถช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกายได้ ทำให้ระบบการทำงานต่าง ๆ
ภายในร่างกายกลับมาเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงนั้นเอง

3. ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
แนะนำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ทานมะพร้าวแก่คลุกเกลือวันละ 1 ช้อนแกง
หลังอาหารเช้า, กลางวัน และเย็น เป็นเวลา 10 วัน
ก็จะสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
4. เป็นแหล่งสะสมของวิตามิน
ในน้ำและเนื้อของมะพร้าวอ่อน ต่างอุดไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย
ที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี, วิตามินซี, กรดอะมิโม, แมกนีเซียม,
แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม และธาตุเหล็ก
นอกจากนั้นยังมีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที
5. บำรุงผิว
การดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำจะช่วยให้ผิวของเราสวยสุขภาพดี
เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน มีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน
ซึ่งจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และกระชับผิว…

Read More

สาวไทยต้องเหลียว “ข่า” สมุนไพรกระชับมดลูก

สิงหาคม 30, 2018

ข่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ Alpinia galanga (L.) Willd.จัดอยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE เช่นเดียวกับกระชาย
กระชายดำ กระชายแดง กระวาน กระวานเทศ ขิง ขมิ้น เร่วเปราะป่า เปราะหอม ว่านนางคำ และ ว่านรากราคะ
ซึ่งนอกจากชื่อ ข่า แล้ว สมุนไพรชนิดนี้ยังมีชื่อเรียกอื่นๆตามพื้นที่ อาทิเช่น สะเอเชย เสะเออเคย (แม่ฮ่องสอน), ข่าหยวก
(ภาคเหนือ), ข่าหลวง (ภาคเหนือ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),กฎุกกโรหินี (ภาคกลาง) เป็นต้น
โดย ข่า เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน (เหง้า)และยังประกอบไปด้วย ใบ ดอก ผล และเมล็ด จัดอยู่ในตระกูลขิง
เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ ไทย และ อินโดนีเซียนิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารต่างๆ
หรือใช้เป็นเครื่องเทศเพื่อช่วยแต่งกลิ่นอาหารดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์
นอกจากนี้ ไทย และ อินโดนีเซีย ยังใช้ ข่าเป็นส่วนผสมในเครื่องแกงหรือน้ำพริกต่างๆ
ใช้ปรุงรสในอาหารต่างๆ อย่าง ต้มข่า ต้มยำ ผัดเผ็ด เป็นต้น
ขณะเดียวกันดอกและลำต้นอ่อนของ ข่ายังใช้รับประทานเป็นผักสดได้อีกด้วย
แล้วประโยชน์ของ ข่าแตกต่างกับเพื่อนในกลุ่มพืชล้มลุกที่มีเหง้าอย่างไร
คำตอบคือแทบจะรักษาอาการหรือมีสรรพคุณทางยาที่ใกล้เคียงกันเลย
แต่ที่แตกต่างออกไปคือ ข่า สามารถช่วยให้มดลูกกลับเข้าอู่หรือกระชับมากขึ้น
ซึ่งน่าจะเป็นที่สนใจของสุภาพสตรีขณะเดียวกัน ข่า ยังมีสาร 1-acetoxychavicol acetate(ACA)
ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งจากการเหนี่ยวนำของสารก่อมะเร็ง จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งไปด้วยในตัว
และมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งด้วย
ส่วนสารสกัดจากเหง้าของ ข่า มีฤทธิ์ช่วยช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ ช่วยแก้อาการหวัด ไอและเจ็บคอได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งยังสามารถใช้ฆ่าแบคทีเรียและเชื้อราได้อีกด้วย
ใบของ ข่า ก็มีสรรพคุณช่วยฆ่าพยาธิช่วยรักษากลากเกลื้อน เช่นเดียวกับ ราก ที่ช่วยช่วยขับเลือดลม
ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น และช่วยแก้เสมหะ
ดอกของ ข่า ช่วยแก้ฝีดาษ ช่วยแก้อาการท้องเสีย
ด้านผลข่า นำไปต่างแห้งแล้วบดละเอียดเป็นผงสามารถนำมาใช้รักษาอาการปวดฟันได้
ด้วยการนำผลไปบดแล้วนำมาทาบริเวณที่ปวดรับรองได้ผลชะงัดว่ายาตำราไหน
โดยในปัจจุบันมีการนำ ข่าไปผลิตหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย
ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย อาทิเช่น เครื่องดื่มหรือชา ลูกประคบและ สเปรย์ดับกลิ่น เป็นต้น
และในบางประเทศใช้ข่าเพื่อช่วยระงับกลิ่นปากใช้ดับกลิ่นกายด้วย
สรุปแล้ว ข่า คือสมุนไพรที่มีคุรประโยชน์ทุกส่วน
สามารถทานได้ทั้งเพื่อรักษาโรคและเป็นอาหารอีกทั้งคอเหล้ายังสามารถนำเหง้าของข่าลิง มาต้มน้ำ
แล้วนำน้ำมาผสมกับสุรา จะช่วยเพิ่มดีกรีของสุรา ทำให้ดีกรีไม่ตกสุรามีกลิ่นฉุนแรงมากขึ้น
แถมกามไม่ตายด้านเพราะพี่แกช่วยแก้กามโรคให้ด้วยนะเออ…

Read More

กินอย่างไรให้อายุยืน

สิงหาคม 29, 2018

นอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว การกินก็สำคัญต่อสุขภาพเช่นกัน
การกินอาหารที่ส่งผลดีกับสุขภาพนั้นทำได้ไม่ยากเพียงแค่รู้จักเลือกการกินอาหาร
มีความสุขกับการกินควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน
1. ควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย โดยอาจเน้นอาหารประเภทปลา เช่น ปลาทะเล เป็นพิเศษ
เพราะอาหารประเภทนี้มีโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยปกป้องสมอง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ
2.ห้ามอดอาหารมื้อเช้า อาหารมื้อเช้าเป็นอาหารมื้อสำคัญ นอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายไม่หิวมากในช่วงบ่ายแล้ว
ยังควบคุมปริมาณอาหารในมื้อเย็นให้น้อยลงได้อีกด้วย
3.รู้ปริมาณการกิน หากต้องการหาปริมาณการกินเพื่อรักษาน้ำหนัก หรือรูปร่างให้ได้มาตรฐาน
ควรกินอาหารให้ร่างกายได้พลังงานพอๆ กับการใช้พลังงานของร่างกาย
จะได้ไม่เหลือมาเก็บสะสมไว้ในรูปของไขมันทำให้เกิดการอ้วนสะสม
4.รู้สมดุลของพลังงาน แม้จะได้รับการแนะนำปริมาณอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันแล้ว
การคำนึงถึงปริมาณพลังงานที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวัน จึงมี 6 ปัจจัยนี้รวมอยู่ด้วย นั่นคืออายุ รูปร่าง
ส่วนสูง เพศ วิถีชีวิต และสุขภาพโดยรวมของตัวเอง
5.ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าลืมว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลจะทำให้ได้รับพลังงานเพิ่มขึ้น และเครื่องดื่มบางชนิด เช่น กาแฟ
(ที่ใส่นม ครีม และมีรสชาติหวานจัด) ก็เป้นสาเหตุของดรคต่างๆได้
6.ควรชิมอาหารก่อนปรุงรสทุกครั้ง และพยายามไม่ติดอาหารรสจัดเกินไป ถ้าทานรสจืดได้ก็ควรจะทาน
เพราะการไม่ปรุงรสอาหารนั้นจะส่งผลดีกับร่างกายอย่างที่สุด
7.รู้ส่วนประกอบในอาหาร เมื่อจัดเวลาและปริมาณในการกินได้เหมาะสมแล้ว ควรรู้ด้วยว่าสิ่งที่กินคืออะไร
ให้พิจารณาว่ากินแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายหรือไม่ อย่างเช่น ข้าวผัดสับปะรด 1 จาน ประกอบด้วย ข้าว
เนื้อกุ้ง หอมใหญ่ พริกหวาน หมูหยอง และผักชีโรย แน่นอนว่าต้องมีซอสปรุงรสและผงกะหรี่ด้วย
พอกินเข้าไปก็จะรู้ว่าจะได้สารอาหารใดบ้าง และสิ่งใดที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย จะได้หลีกเลีี่ยงนั่นเอง
8.กินปลา  เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน การกินอาหารที่ให้โปรตีน  โดยเน้นปลาและอาหารประเภทถั่วเมล็ดแห้ง เช่น
เต้าหู้ชนิดต่างๆ  สำหรับเนื้อสัตว์ให้เลือกที่ไม่ติดมัน หรือที่มีมันน้อย เพื่อดีต่อระบบย่อยอาหาร
9.กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน การกินอาหารที่สะอาดนับเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะจะช่วยลดอันตรายจากสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ซึ่งอาจเป็นเชื้อโรค พยาธิ สารพิษ สิ่งแปลกปลอมต่างๆ
ผู้บริโภคควรเลือกซื้ออาหารจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ มีการผลิตที่ถูกต้อง มีการเก็บรักษาที่เหมาะสม…

Read More

ปอผี สมุนไพรไทย แก้ไข มาลาเรีย ชะงัด

สิงหาคม 27, 2018

ปอผี จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน
แตกแขนงมาก ชูยอดตั้งขึ้น สูงได้ประมาณ 10-100 เซนติเมตร
ลำต้นมีลักษณะกลมและแข็ง มีรากออกตามข้อ
ลำต้นเรียบหรือมีขนนุ่ม ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด
มีเขตการกระจายพันธุ์ในอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้เรายังสามารถพบ “ปอผี”
ได้ในเขตร้อนของทวีปออสเตรเลีย
แม้ปกติจะชอบขึ้นบริเวณที่ชื้นแฉะ บนดินชื้น และมีน้ำขัง อาทิเช่น
ตามนาข้าว หนองน้ำ ริมหนองน้ำ หรือขึ้นแผ่คลุมผิวน้ำ
สามารถพบได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลไปจนถึงที่ความสูงประมาณ1,000 เมตร
โดยนอกจากชื่อ ปอผี แล้ว
ยังมีชื่อเรียกสมุนไพรชนิดนี้แตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่
อาทิเช่น ผักกะเดียง (อุบลราชธานี), บีปลาไหล ไส้เอี่ยน บีเอี่ยน
(สกลนคร) และ ผักกระเดียง ดีปลาไหล สะเดาดิน เป็นต้น
ส่วน ดอกปอผี จะออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกสามารถยาวได้ถึง
5 เซนติเมตร มีดอกย่อยสมบูรณ์เพศจำนวนมาก
ขณะที่กลีบเลี้ยงดอกจะเป็นสีเขียว ลักษณะเป็นรูปหอก
ตัดกับกลีบดอกสีน้ำเงินอมม่วงหรือสีม่วงอมเขียว
บานสะพรั่งประมาณเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ทุกปี
ขยับมาที่ผลของ ปอผี จะเป็นผลแห้งและแตกได้
ลักษณะรูปทรงรี มีขนาดกว้างประมาณ 2.5 มิลลิเมตร
และยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ห่อด้วยกลีบรองดอก
มีกลีบเลี้ยงติดคงทน ภายในมีเมล็ดสีดำจำนวนมาก
และจะติดผลช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนทุกปีอย่างไรก็ตาม ดอก และ ผล ของ ปอผี
ไม่ได้มีสรรพคุณทางยาแต่อย่างใดเพราะส่วนที่ผู้คนนำมาใช้รักษาโรคเป็นภูมิปัญญาของไทย
คือส่วน ลำต้น และ ใบ ที่สามารถแก้อาการเจ็บป่วยต่างๆได้ผลชะงัดนัก
ไล่ตั้งแต่ ตำรายาพื้นบ้านอีสาน จะใช้ทั้งต้นปอผี
นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ตาฟาง ส่วน ตำรายาไทย
จะใช้ต้นปอผีเป็นยาบำรุงหัวใจ ตับ แก้ไข้มาลาเรีย
และแก้เบาหวาน โดยการใช้ต้มสด 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำดื่ม
ไปจนถึงในประเทศกัมพูชา ที่จะใช้ใบปอผี
เป็นยารักษาอาการเกี่ยวกับลำไส้ผิดปกติ และใช้เป็นยาสมานแผล
ฆ่าเชื้อ ขณะที่ในประเทศอินเดีย จะใช้ใบปอผี
เป็นยาพอกสำหรับฆ่าเชื้อ และสมานแผลพุพอง แผลอักเสบนอกจากนี้ ยอดอ่อนปอผี
สามารถใช้รับประทานเป็นผักสดหรือลวกต้มรับประทานกับ
น้ำพริกได้ โดยจะมีรสขมอ่อนๆ
กระนั้นสตรีคลอดบุตรใหม่ไม่ควรรับประทาน
เพราะจะทำให้น้ำนมขมนั่นเอง
ไม่นับรวมการนำ ใบปอผี มาประกอบอาหารเป็นเมนูต่างๆ
ที่ขึ้นชื่อก็ แกงส้มปอผีใส่ปลาสวายทอด เมนูต้มร้อนๆ
ซดน้ำคล่องคอ แถมช่วยบำรุงสุขภาพ เช่นเดียวกับ ปอผีเถียงนา
ที่จะนำ ใบปอผี ไปย่างในกระบอกไม้ไผ่ร่วมกับวัตถุดิบอื่นๆ
ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูสุขภาพที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน…

Read More

อ่อนเพลียง่าย แก้ปัญหาอย่างไรดี

สิงหาคม 26, 2018

อาการอ่อนเพลียนั้น เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความรู้สึกเหนื่อยล้า สาเหตุที่พบบ่อยคือ
โรคประจำตัวที่มีความรุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก หรือเป็นผลมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิต เช่น
ขาดการออกกำลังกาย หรือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรือไม่เพียงพอ
เพราะการอ่อนเพลียจะส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการเรียนที่หนักหนาสาหัส
ต่างก็ต้องใช้สมองในการทำงานมาก และ ยังรวมไปถึงการเดินทางสำหรับหลายๆ คน
ที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงสถานที่ทำงาน หรือที่เรียน ไหนจะขากลับที่บางวันก็อาจจะรถติดด้วยแล้ว
สาเหตุของอาการอ่อนเพลีย สาเหตุของอาการอ่อนเพลีย สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
ปัจจัยการดำเนินชีวิต ภาวะทางสุขภาพ และปัญหาสุขภาพจิต  ปัจจัยการดำเนินชีวิต เช่น
ดื่มเครืองดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาเสพติดเป็นประจำ ออกกำลังกายหนักเกินไป ทำงานหนักเกินไป
ขาดการออกกำลังกาย ขาดการนอนหลับพักผ่อนที่ดี สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อร่างกาย
วิธีลดอาการอ่อนเพลีย
1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หากการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามาก อาจออกกำลังกายเบา
ๆ ด้วยการเดินระยะสั้น
2.รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและรับประทานอย่างพอเหมาะ
โดยไม่ควรข้ามมื้ออาหารโดยเฉพาะมื้อเช้า
3.ดื่มน้ำอย่างพอเหมาะ ไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากเกิดปัญหาทางอารมณ์ ควรเผชิญหน้าและแก้ไข้ปัญหา ไม่ควรเพิกเฉยและหนี
ปัญหา อาจปรึกษาคนใกล้ชิดเพื่อขอความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา
4.หาทางจัดการกับความเครียดและทำงานในปริมาณที่เหมาะสม
5.หาเวลาว่างทำกิจกรรมเพื่อให้ผ่อนคลาย เช่น การเล่นโยคะ
6.หลีกเลี่ยงการบริโถคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด
อาหารลดอาการอ่อนเพลีย
คาร์โบไฮเดรต การรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ในรูปแบบต่างๆ เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังไม่ขัดสี เหล่านี้
คือแหล่งพลังงานชั้นดี ซึ่งหากรับประทานในแต่ละมื้อด้วยความพอดีจะส่งผลดีต่อร่างกาย
เนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อที่ไม่ติดมัน หรือถ้าจะให้ดีก็เป็นเนื้อปลา ที่เป็นแหล่งโปรตีน และกรดอะมิโนต่างๆ
ซึ่งบางตัวร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นมาเองได้
ไข่ นอกจากจะมีโปรตีนแล้ว ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยเรื่องของระบบการทำงานของสมอง
ทำให้สมองทำงานได้ดีอีกด้วย
ผลไม้วิตามินซีสูง เช่น มะเขือเทศ ฝรั่ง สตอเบอร์รี่ กล้วยต่างๆ ฯลฯ ซึ่งสามารถช่วยในเรื่องของอาการอ่อนเพลีย
และรักษาอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย…

Read More

4 เทคนิค บอกลา “ใต้ตาดำคล้ำ”

สิงหาคม 26, 2018

ใคร ๆ เขาก็บอกว่า ดวงตา คือ หน้าต่างของดวงใจ

เพราะสามารถใช้สื่อสารได้ แต่ถ้าดวงตาหมองคล้ำ
ก็คงไม่อยากให้ใครมองใช่ไหมล่ะ วันนี้เราจึงได้รวบรวม 4 เทคนิคดี ๆ
ที่ทำให้ตาสดใสมาฝากกัน รับรองว่าทำแล้วดวงตาจะสดใส
ไร้ปัญหากวนใจอย่างแน่นอน
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
จะช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ร่างกายแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณมีน้ำมาหล่อเลี้ยง
ทำให้ไม่เหยี่ยวหย่น และดูกระจ่างใสขึ้นมานั้นเอง
2. ลดปริมาณโซเดียม

โดยส่วนมาก โซเดียม จะอยู่ในอาหารแช่แข็ง
หรือไม่ก็อาหารที่มีรสเค็ม เมื่อเราทานเข้าไปแล้ว
โซเดียมจะเข้าไปดึงน้ำออกจากร่างกายของเรา
ทำให้น้ำเข้าไปคั่งอยู่ในชั้นใต้ผิว ส่งผลให้เกิดอาการถุงใต้ตาบวมนั้นเอง
หากไม่อยากถุงใต้ตาบวมล่ะก็ ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสเค็ม
3. พักผ่อนให้เพียงพอ
การพักผ่อนให้พียงพอ เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ
ที่จะทำให้ใต้ตาของเราไม่ดำคล้ำ แต่ไม่ค่อยมีใครทำได้
เพียงแค่คุณนอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 5-8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
เพื่อให้ผิวได้รับการซ้อมแซมและฟื้นฟูตามธรรมชาติแล้ว
ส่งผลให้รอยคล้ำหายไป
4. ทาครีมบำรุง
เมื่อคุณไม่สามารถทำตาม 3 วิธีก่อนหน้านี้ได้
การทาอายครีมเพื่อบำรุงจึงถือเป็ทางเลือกที่สุด
เพราะอายครีมจะช่วยให้ความชุ่มชื่น ลดเลือนริ้วรอย แก้อาการบวม
และที่สำคัญช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูกระจ่างใสขึ้นด้วย
สำหรับใครที่กำลังเจอกับปัญหาใต้ตาคล้ำอยู่
ก็ลองเลือกสักหนึ่งวิธีไปลองใช้กันดูได้…

Read More

ได้ประโยชน์อะไร กับการออกกำลังกายในยามเช้า

สิงหาคม 25, 2018

การออกกำลังกายทุกชนิด ทำให้ส่งผลดีต่อสุขภาพ
การวิ่งในตอนเช้าเป็นการออกกำลังกายที่ได้ผลดีต่อสุขภาพอย่างมากๆ
แถมได้สัมผัสบรรยากาศเย็นสบายในตอนเช้า และทำให้สุขภาพกายใจแข็งแรง
มาดูประโยชน์ที่เราแนะนำสำหรับการวิ่งในตอนเช้า มาดูกันว่า
การออกกำลังกายตอนเช้า ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
1.ฟื้นจากอาการเมาค้าง
ตื่นมาวิ่งตอนเช้าได้ จะช่วยขับไล่อาการเมาค้างให้หายไปได้อย่างแน่นอน
เพราะร่างกายจะขับแอลกอฮอล์ออกมาพร้อมเหงื่อ
ทำให้การไหลเวียนของเลือดสูงขึ้น เป็นการดีท็อกซ์เพื่อขจัดสารพิษออกไป
ทำให้ร่างกายสดชื่น
2.มีสมาธิ
การวิ่งในตอนเช้าจะทำให้จิตใจสงบ มีสมาธิ สามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ
ในชีวิตได้เป็นอย่างดี การวิ่งตอนเช้ายังช่วยเพิ่มพลังกาย พลังใจ
ทำให้ไม่เหนื่อยล้าง่าย ทำให้สามารถจัดการงานต่าง ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย
3.ปลุกความสดชื่น
การวิ่งในตอนเช้าเป็นการปลุกร่างกายให้ตื่น ทำให้สดชื่น มีพลัง
พร้อมสำหรับวันใหม่ การวิ่งจะช่วยกระตุ้นอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานได้ดี
ช่วยให้ร่างกายหลังสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความผ่อนคลาย
ลดความเครียด การวิ่งยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้สูงขึ้น
ทำให้ร่างกายขจัดแคลอรี่ส่วนเกินได้ดีไปทั้งวัน เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ดีทีเดียว
4.มีนิสัยตื่นเช้า
เวลาเร่งรีบในตอนเช้า เป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนหัวเสียได้ง่าย
โดยเฉพาะคนที่ตื่นสายเป็นประจำ ทำให้วางแผนต่าง ๆ ได้ยาก
การตื่นมาวิ่งตอนเช้าประมาณ 4 วัน ต่อสัปดาห์ จะทำให้นาฬิกาชีวิตค่อย ๆ ปรับ
ทำให้กลายเป็นคนตื่นเช้า ในที่สุดก็สามารถเปลี่ยนนิสัยของตัวเองได้
โดยไม่ต้องอาศัยนาฬิกาปลุกอีกต่อไป
5.ลดความดัน
การวิ่งในตอนเช้ามีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิตได้
โดยทดลองกับอาสาสมัคร คือให้พวกเขาไปออกกำลังกายด้วยการวิ่งตอนเช้า
ตอนบ่าย และตอนเย็น พบว่ากลุ่มที่วิ่งในตอนเช้า
จะมีความดันโลหิตลดลงทั้งวันเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์และก่อนเข้านอน 25 เปอร์เซ็นต์
การวิ่งในตอนเช้ายังทำให้รู้สึกสดชื่น สมองปลอดโปร่ง และอารมณ์ดีอีกด้วย
ทั้งนี้ การออกกำลังกายด้วยการวิ่งตอนเช้านั้น
ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของคุณ เพราะช่วยทำให้ร่างกายมีความตื่นตัว
ช่วยให้รู้สึกสดชื่น มีสมาธิ
และช่วยในการลดน้ำหนักที่จะทำให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว การตื่นมาวิ่งตอนเช้า
แถมยังช่วยแก้อาการเมาค้าง สำหรับคอเที่ยวกลางคืนได้อีกด้วย สุดท้ายนี้
ขอเชิญชวนหันมาออกกำลังกายตอนเช้า เพื่อสุขภาพที่มีความ “เพอร์เฟค”…

Read More