วัน: สิงหาคม 26, 2018

อ่อนเพลียง่าย แก้ปัญหาอย่างไรดี

สิงหาคม 26, 2018

อาการอ่อนเพลียนั้น เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความรู้สึกเหนื่อยล้า สาเหตุที่พบบ่อยคือ
โรคประจำตัวที่มีความรุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก หรือเป็นผลมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิต เช่น
ขาดการออกกำลังกาย หรือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรือไม่เพียงพอ
เพราะการอ่อนเพลียจะส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการเรียนที่หนักหนาสาหัส
ต่างก็ต้องใช้สมองในการทำงานมาก และ ยังรวมไปถึงการเดินทางสำหรับหลายๆ คน
ที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงสถานที่ทำงาน หรือที่เรียน ไหนจะขากลับที่บางวันก็อาจจะรถติดด้วยแล้ว
สาเหตุของอาการอ่อนเพลีย สาเหตุของอาการอ่อนเพลีย สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
ปัจจัยการดำเนินชีวิต ภาวะทางสุขภาพ และปัญหาสุขภาพจิต  ปัจจัยการดำเนินชีวิต เช่น
ดื่มเครืองดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาเสพติดเป็นประจำ ออกกำลังกายหนักเกินไป ทำงานหนักเกินไป
ขาดการออกกำลังกาย ขาดการนอนหลับพักผ่อนที่ดี สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อร่างกาย
วิธีลดอาการอ่อนเพลีย
1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หากการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามาก อาจออกกำลังกายเบา
ๆ ด้วยการเดินระยะสั้น
2.รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและรับประทานอย่างพอเหมาะ
โดยไม่ควรข้ามมื้ออาหารโดยเฉพาะมื้อเช้า
3.ดื่มน้ำอย่างพอเหมาะ ไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากเกิดปัญหาทางอารมณ์ ควรเผชิญหน้าและแก้ไข้ปัญหา ไม่ควรเพิกเฉยและหนี
ปัญหา อาจปรึกษาคนใกล้ชิดเพื่อขอความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา
4.หาทางจัดการกับความเครียดและทำงานในปริมาณที่เหมาะสม
5.หาเวลาว่างทำกิจกรรมเพื่อให้ผ่อนคลาย เช่น การเล่นโยคะ
6.หลีกเลี่ยงการบริโถคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด
อาหารลดอาการอ่อนเพลีย
คาร์โบไฮเดรต การรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ในรูปแบบต่างๆ เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังไม่ขัดสี เหล่านี้
คือแหล่งพลังงานชั้นดี ซึ่งหากรับประทานในแต่ละมื้อด้วยความพอดีจะส่งผลดีต่อร่างกาย
เนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อที่ไม่ติดมัน หรือถ้าจะให้ดีก็เป็นเนื้อปลา ที่เป็นแหล่งโปรตีน และกรดอะมิโนต่างๆ
ซึ่งบางตัวร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นมาเองได้
ไข่ นอกจากจะมีโปรตีนแล้ว ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยเรื่องของระบบการทำงานของสมอง
ทำให้สมองทำงานได้ดีอีกด้วย
ผลไม้วิตามินซีสูง เช่น มะเขือเทศ ฝรั่ง สตอเบอร์รี่ กล้วยต่างๆ ฯลฯ ซึ่งสามารถช่วยในเรื่องของอาการอ่อนเพลีย
และรักษาอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย…

Read More

4 เทคนิค บอกลา “ใต้ตาดำคล้ำ”

สิงหาคม 26, 2018

ใคร ๆ เขาก็บอกว่า ดวงตา คือ หน้าต่างของดวงใจ

เพราะสามารถใช้สื่อสารได้ แต่ถ้าดวงตาหมองคล้ำ
ก็คงไม่อยากให้ใครมองใช่ไหมล่ะ วันนี้เราจึงได้รวบรวม 4 เทคนิคดี ๆ
ที่ทำให้ตาสดใสมาฝากกัน รับรองว่าทำแล้วดวงตาจะสดใส
ไร้ปัญหากวนใจอย่างแน่นอน
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
จะช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ร่างกายแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณมีน้ำมาหล่อเลี้ยง
ทำให้ไม่เหยี่ยวหย่น และดูกระจ่างใสขึ้นมานั้นเอง
2. ลดปริมาณโซเดียม

โดยส่วนมาก โซเดียม จะอยู่ในอาหารแช่แข็ง
หรือไม่ก็อาหารที่มีรสเค็ม เมื่อเราทานเข้าไปแล้ว
โซเดียมจะเข้าไปดึงน้ำออกจากร่างกายของเรา
ทำให้น้ำเข้าไปคั่งอยู่ในชั้นใต้ผิว ส่งผลให้เกิดอาการถุงใต้ตาบวมนั้นเอง
หากไม่อยากถุงใต้ตาบวมล่ะก็ ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสเค็ม
3. พักผ่อนให้เพียงพอ
การพักผ่อนให้พียงพอ เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ
ที่จะทำให้ใต้ตาของเราไม่ดำคล้ำ แต่ไม่ค่อยมีใครทำได้
เพียงแค่คุณนอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 5-8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
เพื่อให้ผิวได้รับการซ้อมแซมและฟื้นฟูตามธรรมชาติแล้ว
ส่งผลให้รอยคล้ำหายไป
4. ทาครีมบำรุง
เมื่อคุณไม่สามารถทำตาม 3 วิธีก่อนหน้านี้ได้
การทาอายครีมเพื่อบำรุงจึงถือเป็ทางเลือกที่สุด
เพราะอายครีมจะช่วยให้ความชุ่มชื่น ลดเลือนริ้วรอย แก้อาการบวม
และที่สำคัญช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูกระจ่างใสขึ้นด้วย
สำหรับใครที่กำลังเจอกับปัญหาใต้ตาคล้ำอยู่
ก็ลองเลือกสักหนึ่งวิธีไปลองใช้กันดูได้…

Read More