วัน: สิงหาคม 30, 2018

5 ประโยชน์ดี ๆ ของ “น้ำมะพร้าว” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

สิงหาคม 30, 2018

เชื่อหลาย ๆ คนคงจะรู้ว่าน้ำมะพร้าวมีประโยชน์ต่อผิวพรรณมากแค่ไหน

แต่ความจริงแล้วน้ำมะพร้าวไม่ได้มีประโยชน์แต่กับผิวเท่านั้น
เพราะน้ำมะพร้าวยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเราอีกมากมาย
ซึ่งคุณอาจจะไม่รู้มาก่อนก็ได้ ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยดีกว่า
1. ช่วยให้สดชื่น
หากวันไหนที่ร่างกายรู้สึกไม่สดชื่นให้ลองหาน้ำมะพร้าวมาดื่มดู
มั่นใจได้เลยว่าร่างกายจะสดชื่นขึ้นมาทันทีหลังจากที่ดื่มน้ำมะพร้าวแล้ว
เพราะน้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากธรรมชาติ มีฤทธิ์เย็น จึงช่วยดับร้อนได้
2. ช่วยล้างสารพิษ
เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีค่าความเป็นด่างค่อนข้างสูง
จึงสามารถช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกายได้ ทำให้ระบบการทำงานต่าง ๆ
ภายในร่างกายกลับมาเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงนั้นเอง

3. ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
แนะนำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ทานมะพร้าวแก่คลุกเกลือวันละ 1 ช้อนแกง
หลังอาหารเช้า, กลางวัน และเย็น เป็นเวลา 10 วัน
ก็จะสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
4. เป็นแหล่งสะสมของวิตามิน
ในน้ำและเนื้อของมะพร้าวอ่อน ต่างอุดไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย
ที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี, วิตามินซี, กรดอะมิโม, แมกนีเซียม,
แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม และธาตุเหล็ก
นอกจากนั้นยังมีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที
5. บำรุงผิว
การดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำจะช่วยให้ผิวของเราสวยสุขภาพดี
เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน มีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน
ซึ่งจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และกระชับผิว…

Read More

สาวไทยต้องเหลียว “ข่า” สมุนไพรกระชับมดลูก

สิงหาคม 30, 2018

ข่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ Alpinia galanga (L.) Willd.จัดอยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE เช่นเดียวกับกระชาย
กระชายดำ กระชายแดง กระวาน กระวานเทศ ขิง ขมิ้น เร่วเปราะป่า เปราะหอม ว่านนางคำ และ ว่านรากราคะ
ซึ่งนอกจากชื่อ ข่า แล้ว สมุนไพรชนิดนี้ยังมีชื่อเรียกอื่นๆตามพื้นที่ อาทิเช่น สะเอเชย เสะเออเคย (แม่ฮ่องสอน), ข่าหยวก
(ภาคเหนือ), ข่าหลวง (ภาคเหนือ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),กฎุกกโรหินี (ภาคกลาง) เป็นต้น
โดย ข่า เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน (เหง้า)และยังประกอบไปด้วย ใบ ดอก ผล และเมล็ด จัดอยู่ในตระกูลขิง
เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ ไทย และ อินโดนีเซียนิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารต่างๆ
หรือใช้เป็นเครื่องเทศเพื่อช่วยแต่งกลิ่นอาหารดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์
นอกจากนี้ ไทย และ อินโดนีเซีย ยังใช้ ข่าเป็นส่วนผสมในเครื่องแกงหรือน้ำพริกต่างๆ
ใช้ปรุงรสในอาหารต่างๆ อย่าง ต้มข่า ต้มยำ ผัดเผ็ด เป็นต้น
ขณะเดียวกันดอกและลำต้นอ่อนของ ข่ายังใช้รับประทานเป็นผักสดได้อีกด้วย
แล้วประโยชน์ของ ข่าแตกต่างกับเพื่อนในกลุ่มพืชล้มลุกที่มีเหง้าอย่างไร
คำตอบคือแทบจะรักษาอาการหรือมีสรรพคุณทางยาที่ใกล้เคียงกันเลย
แต่ที่แตกต่างออกไปคือ ข่า สามารถช่วยให้มดลูกกลับเข้าอู่หรือกระชับมากขึ้น
ซึ่งน่าจะเป็นที่สนใจของสุภาพสตรีขณะเดียวกัน ข่า ยังมีสาร 1-acetoxychavicol acetate(ACA)
ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งจากการเหนี่ยวนำของสารก่อมะเร็ง จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งไปด้วยในตัว
และมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งด้วย
ส่วนสารสกัดจากเหง้าของ ข่า มีฤทธิ์ช่วยช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ ช่วยแก้อาการหวัด ไอและเจ็บคอได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งยังสามารถใช้ฆ่าแบคทีเรียและเชื้อราได้อีกด้วย
ใบของ ข่า ก็มีสรรพคุณช่วยฆ่าพยาธิช่วยรักษากลากเกลื้อน เช่นเดียวกับ ราก ที่ช่วยช่วยขับเลือดลม
ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น และช่วยแก้เสมหะ
ดอกของ ข่า ช่วยแก้ฝีดาษ ช่วยแก้อาการท้องเสีย
ด้านผลข่า นำไปต่างแห้งแล้วบดละเอียดเป็นผงสามารถนำมาใช้รักษาอาการปวดฟันได้
ด้วยการนำผลไปบดแล้วนำมาทาบริเวณที่ปวดรับรองได้ผลชะงัดว่ายาตำราไหน
โดยในปัจจุบันมีการนำ ข่าไปผลิตหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย
ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย อาทิเช่น เครื่องดื่มหรือชา ลูกประคบและ สเปรย์ดับกลิ่น เป็นต้น
และในบางประเทศใช้ข่าเพื่อช่วยระงับกลิ่นปากใช้ดับกลิ่นกายด้วย
สรุปแล้ว ข่า คือสมุนไพรที่มีคุรประโยชน์ทุกส่วน
สามารถทานได้ทั้งเพื่อรักษาโรคและเป็นอาหารอีกทั้งคอเหล้ายังสามารถนำเหง้าของข่าลิง มาต้มน้ำ
แล้วนำน้ำมาผสมกับสุรา จะช่วยเพิ่มดีกรีของสุรา ทำให้ดีกรีไม่ตกสุรามีกลิ่นฉุนแรงมากขึ้น
แถมกามไม่ตายด้านเพราะพี่แกช่วยแก้กามโรคให้ด้วยนะเออ…

Read More