เว็บไซต์รวบรวมเทคนิคในการดูแลสุขภาพร่างกายให้ดูดีและสวยงามอยู่เสมอ

สุขภาพแข็งแรงสุขภาพจิตใจร่าเริงมาดูเคล็ดลับทางเว็บไซต์ libraryhuntress ที่ได้รวบรวมเนื้อหาสาระเอาไว้มากมาย

กระดูกเป็นชิ้นส่วนในร่างกายของเราที่มีความสำคัญอย่างมากดังนั้นเราต้องดูเเลรักษากระดูกของเราให้มีความเเข็งเเรงอยู่เสมอ
จะได้เดินไปไหนมาไหน หรือว่ายกของที่ต้องการได้หากเราไม่ดูเเลรักษากระดูกของเราให้ดีหากเเกตัวลงไปจะทำให้เป็นอันตรายได้ เเละมาดูกันว่ากระดูกมีความสำคัญอย่างไรบ้าง
กระดูกนั้นเป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อกระดูกที่มีความแข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบาการเจริญพัฒนาของเนื้อเยื่อกระดูกในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
ทำให้กระดูกมีหลายรูปร่างลักษณะเพื่อให้สอดคล้องกันกับการทำงานของกระดูกในแต่ละส่วน เช่น
กะโหลกศีรษะที่มีลักษณะแบนแต่แข็งแรงอย่างมากเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของสมองของเรา
หรือกระดูกต้นขาที่มีลักษณะยาวเพื่อเป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย
มาดูกการพัฒนาการของกระดูกแบ่งตามช่วงวัยว่าเป็นอย่างไรบ้างช่วงการสร้างมวลกระดูก ช่วงวัย 0-30
ปีจะเป็นช่วงที่การสร้างมวลกระดูกมากกว่าการสลายมวลกระดูกมวลกระดูกของร่างกายจึงเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดในช่วง
เเละต่อมาคือช่วงของการคงมวลกระดูก ช่วงวัย 30 ปีขึ้นไปเเละเป็นช่วงที่มีการสร้างกระดูกจะลดลง
จนเท่ากับการสลายมวลกระดูกช่วงต่อมาคือช่วงการสลายมวลกระดูก ช่วงวัย 45 ปีขึ้นไป
การสร้างมวลกระดูกจะลดลงเรื่อยๆมวลกระดูกรวมของร่างกายจึงลดลงตามลำดับ
สตรีในช่วงหมดประจำเดือนเเละการสลายมวลกระดูกจะรวดเร็วมากทำให้มวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งในทุกวันร่างกายของเราจะมีกระบวนการสร้างมวลกระดูกใหม่ออกมา และสลายมวลกระดูกที่หมดอายุออกไปตลอดเวลานั้นเอง
โดยที่ผู้หญิงจะสูญเสียเนื้อกระดูกมากกว่าผู้ชายถึง 2-3 เท่าเลยทีเดียวเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นโดยในช่วงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือในช่วง
วัยหมดประจำเดือนพบว่าปริมาณเนื้อกระดูกของคนวัยนี้จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับคนวัยอื่น
ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ซึ่งส่งผลต่ออัตราการสลายกระดูก
การที่ปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงจากภาวะวัยหมดประจำเดือนเเละจะส่งผลให้มีการเร่งอัตราการสลายของมวลกระดูกมาก
กว่าการสร้างกระดูกใหม่มาเรียนรู้ในเรื่องจองโรคกระดูกพรุนคืออะไรโรคกระดูกพรุน
เป็นโรคที่เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลงซึ่งมีผลมาจากการที่โครงสร้างภายในของกระดูก ถูกทำลายหรือเกิดการสลายตัว
ทำให้เนื้อกระดูกมีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำเรียกลักษณะเช่นนี้ว่าเป็น ภาวะ …

การนอนคือการพักผ่อนที่สำคัญมากๆและจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ในทุกๆวัน
ซึ่งเชื่อได้ว่าหลายๆคนนั้นรู้กันดีอยู่แล้วว่าควรนอนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือถ้าให้ดีที่สุด 8-10
ชั่วโมง แต่ทว่าด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปด้วย
โดยโลกออนไลน์ที่มีสิ่งน่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเฟซบุ้ก ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม ดูหนัง ดูซีรี่ย์ออนไลน์
ทำให้คนยุคใหม่นอนกันดึกมากขึ้น
แต่หลายคนก็ยังต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานเหมือนเดิม
ทำให้เกิดเป็นปัญหาใหม่ของคนวัยทำงานในปัจจุบัน ซึ่งก็คือปัญหาการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนั่นเอง
วันนี้เราไปดูกันว่าผลเสียของการนอนไม่เพียงพอนั้นมีอะไรบ้าง
1.ร่างกายอ่อนล้า
แน่นอนเมื่อนอนไม่เพียงพอทำให้ร่างกายไม่สามารถสะสมพลังงานเอาไว้ได้
ซึ่งการที่เราอดนอนจะทำให้ร่ายกายของเราไม่ได้สำรองพลังงานไว้ใช้
ทำให้เราต้องฝืนใช้พลังงานที่มีไว้สำหรับการฟื้นฟูร่างกาย
ซึ่งถ้าเราอดนอนเพียงระยะสั้น ๆ ก็อาจจะไม่เป็นอะไรมาก
แต่ถ้าเราอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานานก็จะส่งผลให้ร่างกายเราอ่อนแอลงจนป่วย
2.อารมณ์แปรปรวน
การนอนไม่เพียงพอก็มีส่วนทำให้อารมณ์นั้นแปรปวน
แม้ว่าอาจจะมีสาเหตุอื่นๆเข้ามาเกียวข้องด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
แต่ผลวิจัยนั้นได้ระบุว่าคนนอนน้อย นอนไม่พอ
จะควบคุมอารมณ์ได้น้อยความคนที่นอนอย่างเพียงพอกว่าคนที่นอนปกติ
3.เสื่อมสรรถภาพทางเพศ
การนอนหลับมีผลต่อเรื่องสมรรถภาพทางเพศด้วย
ว่ากันว่าการนอนหลับไม่ไม่เพียงพอ
จะมีผลต่อกระบวนการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนให้ต่ำลงได้
ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดต่ำลง
4.โรคหัวใจ…

หลังจากเราได้ทำความรู้จักกับ โรคข้อเข่าของนักกระโดดโรคยอดฮิตสำหรับนักกีฬาที่ต้องกระโดดบ่อยๆ กันไปแล้ว
วันนี้เรามาดูข้อมูลการรักษากันต่อการรักษา โรคข้อเข่าของนักกระโดด จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่?
ในกรณีที่อาการไม่รุนแรงมาก จะต้องทำการหยุดพัก ทานยา และใส่เฝือกอ่อน
เพื่อป้องกันการงอเหยียดเข่าไม่ให้มีมากเกินไปรวมถึงป้องกันการทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อนบริเวณนั้น
ร่วมกับทำกายภาพบำบัดก็จะสามารถรักษาอาการให้หายได้
ส่วนสัญญาณที่บ่งบอกว่าต้องผ่าตัด คือเมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดมาก อาการคือ
ข้อเข่าไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ไม่สามารถงอหรือเหยียดได้
จำเป็นต้องมีการผ่าตัด ซ่อมแซมเส้นเอ็นให้เข้าที่ โดยการใส่น็อตและสกรูตรึงไว้
หลังจากที่หายแล้วไม่จำเป็นต้องเอาออก ปัจจุบันแพทย์มีเทคนิคการผ่าตัดที่ดี
อุปกรณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผลการผ่าตัดได้ผลดีอย่างไรก็ตาม ทุกการผ่าตัดย่อมมีผลข้างเคียง
โอกาสที่จะติดเชื้อและบาดเจ็บที่อวัยวะข้างเคียงย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ อาจเกิดพังผืดต้องทำการฟื้นฟูโดยการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย
วิธีอื่นๆ ในการรักษาโรคข้อเข่าของนักกระโดด
การฉีด PRP (Platelet Rich Plasma) Injection คือการนำเลือดจากตัวเราไปผ่านกระบวนการทางเคมี
โดยการปั่นเพื่อกระตุ้นให้ทำหน้าที่ในการดูดส่วนประกอบของเลือด (พลาสม่า)ที่สำคัญต่อการซ่อมแซมร่างกาย
แล้วนำกลับมาฉีดเข้าไปในร่างกายเพื่อทำการซ่อมแซมรักษาบริเวณที่บาดเจ็บ
ส่วนประกอบที่สำคัญในเลือดของคนเราที่ดูดออกมา …

เริ่มจาก น้ำตาล เพราะหารู้ไม่ว่า น้ำตาล มีประสิทธิภาพในการผลิตเซลล์ผิวค่อนข้างดี
โดยเราสามารถผสมน้ำตาลทรายขาว เข้ากับ น้ำตาลทรายแดง ได้อย่างละเท่าๆกัน
ต่อด้วยผสมน้ำสะอาดอีกเพียงเล็กน้อย จากนั้นให้นำมาขัดหรือนวดเบาๆ บริเวณผิวหน้าประมาณ 5 นาที
ก่อนที่จะล้างออกด้วยน้ำอุ่น ว่ากันว่าวิธีนี้จะทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้ว กลับมาอ่อนเยาว์โกงอายุกว่าเดิม
ต่อมา คือ มันฝรั่ง นอกจากมันฝรั่งจะเป็นหนึ่งในอาหารที่อร่อยแล้ว รู้หรือว่า ยังดีต่อผิวเช่นกัน
โดยเราสามารถนำน้ำฝรั่งดิบๆ มามาร์กบนใบหน้าได้ จากนั้นรอประมาณ 5 นาที ให้แห้ง
แล้วค่อยน้ำน้ำอุ่นๆมาล้างออก ว่ากันว่าจะทำให้เราลดความหมองคล้ำได้ รวมถึงเรื่องสิวด้วย
ต่อด้วย น้ำผึ้ง แน่นอนว่า น้ำผึ้ง เป็นหนึ่งในของดีจากธรรมชาติ ดังนั้น ก็เป็นประโยชน์แน่นอน
โดยช่วยบำรุงให้ผิวเราสวยดูมีออร่าได้ …

สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆน่าจะรู้จักกับอาการเจ็ทแล็กกันเป็นอย่างดี
มันคือฝันร้ายโดยแท้จริงเมื่อต้องเดินทางไกลเราจะมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมันให้มากขึ้น
อาการเจ็ทแล็ก เขียนเป็นภาษาอังกฤษตามตัวเลยก็คือ Jet Lag
เป็นอาการเมาเขตเวลาซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องเดินทางข้ามเขตเวลาที่แตกต่างกัน
มากๆ ยกตัวอย่างเช่นถ้าหากว่าเราเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังนิวยอร์กซึ่งมีความแตกต่างของเวลา 12 ชั่วโมง
ร่างกายของเราที่ยังคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในเขตเวลาของประเทศไทยอยู่ก็จะปรับ
ตัวไม่ทัน ทำให้ง่วงในเวลาที่ยังไม่ควรนอน หรือนอนไม่หลับในเวลาที่ควรนอน
เมื่อต้องใช้ชีวิตในเขตเวลาของนิวยอร์กเมื่อเจอกับอาการเจ็ทแล็ก ในช่วงแรกๆ
ที่ร่างกายยังปรับตัวไม่ได้ก็อาจทำให้เราเจอปัญหาหลายๆ อย่าง
เพราะการปรับสภาพร่างกายให้คุ้นเคยกับเขตเวลาใหม่นั้นมันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกับการปรับเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา
แต่มันก็มีวิธีหลากหลายที่จะช่วยผ่อนให้อาการนั้นทุเลาลงและปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่ได้ดีมากขึ้น
โดยผู้ที่รู้ว่าจะต้องเดินทางข้ามเขตเวลาไกลๆก็จะต้องพยายามปรับการใช้ชีวิตตามเวลาในเขตเวลาใหม่ตั้งแต่เนิ่นๆ
ก่อนเดินทาง 2-3 วัน ถ้าเป็นไปได้ก็ปรับเวลาเข้านอนใหม่สักวันละ 1 ชั่วโมงเมื่อถึงวันที่ต้องเดินทางจริง อาการจะได้ทุเลาลง และค่อยๆ
ไปปรับตัวเพิ่มเติมเอาอีกเมื่อถึงที่หมายปลายทางหรือถ้าโชคดีก็ปรับตัวได้แบบสมบูรณ์เมื่อเดินทางไปถึง
เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนนั้นควรงดในช่วงของการเดินทางที่อาจส่งผลกระทบให้เกิดอาการเจ็ทแล็ก ควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างเดินทางบนเครื่องบิน
เนื่องจากอากาศบนเครื่องบินนั้นจะแห้งมากกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำและทำให้เราเกิดอาการเจ็ทแล็กได้มากขึ้นด้วย
เมื่อถึงที่หมายปลายทางแล้วให้พยายามทำตัวตามเวลาของท้องถิ่นให้มากที่สุดในเวลากลางวันก็ควรพาตัวเองออกไปกลางแจ้งเพื่อรับแสงแดด
ทำให้ร่างกายคุ้นเคยกับเขตเวลาใหม่ จะได้ปรับตัวได้เร็วขึ้น พยายามเดินมากๆหรือออกกำลังกายแต่พอสมควร …

โรคอ้วนเป็นโรคที่พบได้บ่อยตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้สูงอายุการออกกำลังกายเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยขจัดความอ้วน
ทำให้คุณภาพชีวิตและภูมิต้านทานโรคดีขึ้น ทั้งช่วยลดความเครียดให้น้อยลง
และยังสามารถควบคุมบรรเทาอาการ หรือทำให้ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ ได้ดีที่สุด
ทั้งนี้การออกกำลังกายที่ได้ผลดีและถูกวิธีขึ้นอยู่กับเพศ วัย รวมถึงการเลือกประเภทของการออกกำลังกาย
และที่สำคัญที่สุดยังต้องคำนึงถึงโรคประจำตัวที่มีอยู่ด้วย
ความแตกต่างของเพศและวัยกับการออกกำลังกาย
โดยทั่วไปแล้วจะไม่แตกต่างกันเพราะส่วนมากนั้นจะออกกำลังกายเพื่อเน้นในเรื่อง
ของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทำงานของระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ
และความยืดหยุ่น ที่ใช้เป็นเกณฑ์ของการออกกำลังกาย
แต่จะมีรายละเอียดเล็กน้อยที่แตกต่างกัน เช่น การยกน้ำหนัก ในวัยเด็ก
กล้ามเนื้อยังไม่มีการพัฒนา การออกกำลังกายจึงไม่เน้นในเรื่องของกล้ามเนื้อ
แต่จะเน้นในเรื่องของความเข้าใจในเทคนิคต่าง ๆ ที่ควรทราบเพื่อที่จะนำมาพัฒนาใช้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
เมื่ออายุสูงเพิ่มมากขึ้นจะเน้นจำนวนครั้งให้มากขึ้น แต่จะไม่เพิ่มน้ำหนักของอุปกรณ์
เพราะอาจเกิดการบาดเจ็บได้ในวัยผู้ใหญ่จะขึ้นอยู่กับว่าจะยกน้ำหนักไปเพื่ออะไร
เพราะถ้าจะเน้นเพื่อให้กล้ามเนื้อใหญ่ หรือเพื่อให้กล้ามเนื้อมีกำลังและแข็งแรงนั้น
จะมีวิธีการฝึกที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับจุดประสงค์และความต้องการของแต่ละบุคคล
ส่วนในความแตกต่างเรื่องของเพศนั้น
เพศชายและเพศหญิงโดยส่วนใหญ่จะไม่แตกต่างกันมากแต่จะต่างกันในเรื่องพื้นฐานของการกีฬา
ทางวัฒนธรรมซึ่งอาจจะเลือกตามความชอบและความเหมาะสม
ปัญหา อุปสรรคของการเลือกออกกำลังอย่างเหมาะสม
สำหรับคนอ้วนหรือคนที่น้ำหนักเกินจะมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติคล้ายกับคนปกติทั่วไป
แต่จะมีโอกาสเสี่ยงในเรื่องของการบาดเจ็บทางระบบข้อต่อและกล้ามเนื้อมากกว่า…

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ข้อดีของกาแฟ กาแฟคือเครื่องดื่มยอดนิยมของคนวัยทำงาน
การดื่มกาแฟเช้าๆจะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดใส และสามารถทำงานได้โดยไม่รู้สึกง่วง นี้แหละคือข้อดีของมันที่เรารู้
แต่รู้หรือไม่ว่ามันมีอะไรมากว่านั้น
โดยกาแฟสำเร็จรูปโดยทั่วไป 1 แก้วประกอบด้วยคาเฟอีนประมาณ 85-100 มิลลิกรัม แต่หากเป็นกาแฟชงสดจะมีคาเฟอีน
100-150 มิลลิกรัมต่อแก้ว จริงอยู่ที่เราไม่ควรทานมันมากเกินไป มันจะเป็นข้อเสียต่อร่างกาย เช่น
คาเฟอีนในกาแฟจะส่งผลกระทบต่อการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด เช่น แคลเซียม เหล็ก และสังกะสี ดังนั้น
เด็กจึงไม่ควรดื่มกาแฟ
แต่มันมีดีมากกว่านั้นยกตัวอย่าง 3 ข้อง่ายๆเลยเพียงจิบรสชาติของมันเบาๆ
– ป้องกันการเกิดมะเร็ง กาแฟมีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ในปริมาณสูง
เพียงเราดื่มวันละนิดสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในช่องปาก มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกมะเร็ง
ต่อมลูกหมาก และมะเร็งตับได้
– ช่วยในด้านความจำ …


ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อน
ทำให้หลายคนที่ต้องตากแดดต้องเจอกับปัญหาผิวไหม้ทำให้แสบผิวอยู่เป็นประจำ
แม้ว่าจะทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านแล้วก็ตาม
เราจึงได้รวบรวมสูตรพอกผิวแก้ผิวไหม้ ที่สามารถทำได้ง่ายๆ
เพราะใช้แต่ของใกล้ตัว สำหรับใครที่พบเจอกับปัญหานี้อยู่ก็ลองเอาไปใช้กันได้
สูตรที่ 1

ส่วนผสม นมสด 1 แก้ว, น้ำมันมะพร้าว ½ ถ้วย และ โยเกิร์ต 1 ถ้วย
วิธีทำ นำนมสด น้ำมันมะพร้าว และ โยเกิร์ต มาผสมแล้วข้นให้เข้ากัน
จากนั้นนำมาพอกบริเวณที่มีอาการไหม้แดด ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที
จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นอย่างเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการอักเสบเพิ่มขึ้น
สูตรที่ 2

ส่วนผสม นมสด 1 แก้ว, น้ำใบบัวบก 1 …

หลายคนหันมาเริ่มรักสุขภาพมากขึ้นจึงหันไปออกกำลังกาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเข้ายิมเล่นฟิตเนส
และอาจจะได้ยินว่าหนึ่งในการเสริมสร้างร่างกายนอกจากจะออกกำลังกายแล้วนั่นคือการกินเวย์โปรตีนซึ่งพูดง่ายๆก็คืออาหารเสริมนั่นเอง
สำหรับเวย์โปรตีนนั้นไม่ใช่อาหารที่ทานแล้วทำให้กล้ามใหญ่เหมือนที่หลายคนเข้าใจผิด
แต่มันคือโปรตีนที่จะช่วยเพิ่มเติมความต้องการของร่างกายมากยิ่งขึ้น
โดยมีเหตุผลหลักในการทานคือการซ่อมแซมร่างกาย
ซึ่งจริงๆแล้ว็เมื่อกับเราทานอาการที่มีโปรตีนทั่วไปเพียงแต่เวย์โปรตีนจะทานได้ง่ายขั้นเท่านั้น
แต่ก็มีคำถามที่เกิดขึ้นมาเยอะมากว่าเวย์โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทานหรือไม่
เพราะหากถูกเรียกว่าอาหารเสริมก็จะถูกมงว่าไม่ได้มีความจำเป็นมากต่อร่างกายอยู่แล้วอย่างไรก็ตามมัน
ก็ถูกจัดว่ามีความจำเป็นไม่น้อยเลยทีเดียวหากมองถึงประโยชน์ของมันที่ร่างกายเราจะได้รับเมื่อรับประทานโดยเฉพาะคนเล่นกล้าม
โดยคนเล่นกล้ามนั้นส่วนใหญ่ได้รับการวิจัยมาแล้วว่าจะบริโภคโปรตีน 0.8 กรับต่อน้ำหนักของร่างกาย
1 ปอนด์ ซึ่งจะได้รับต่อวัน
ซึ่งปริมาณของโปรตีนนั้นหากเราต้องเลือกทานทางด้านของกล่องก็มีบอกอยู่แล้วที่จะบอกถึงสารอาหาร
รวมไปถึงส่วนประกอบต่างๆว่ามีอะไรบ้างอีกทั้งยังเป็นการบ่งบอกคุณภาพของสินค้าเพื่อให้เกิดความมั่นใจ
ต่อผู้บริโภคว่าจะไม่มีโปรตีนชนิดคุณภาพแย่อย่างแน่นอน
สำหรับการเลือกเวย์โปรตีนนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆตือเวย์โปรตีนแบบคอนเซนเทรท
เวย์โปรตีนแบบไอโซเลท และเวย์โปรตีนแบบไฮโดรไลเซทส์
ซึ่งแต่บะประเภทจะให้โปรตีนรวมถึงคุณภาพที่แตกต่างกัน
แต่ทั้งสามชิดก็มีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกันนั่นคือหากเราเป็นคนที่แพ้นม
ซึ่งเป็นอาหารที่มีกรดแลคตัสที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียก็ควรที่จะเลือกทานเวย์โปรตีนแบบไฮโดรไลเซท
ส์ที่มีกรดแลคโตสน้อยกว่าทำให้ไม่เกิดอาการท้องอืดนั่นเอง
ซึ่งจริงๆแล้วการเลือกเวย์นั้นโปรตีนนั้นถูกแบ่งแยกย่อยออกมาได้ 4 ข้อด้วยกัน
ข้อแรกคือคอนเซนเทรต ซึ่งจะเป็นการสกัดเอาเฉพาะโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย
โดยมันจะมาในรูปแบบผงโปรตีนมากถึง 80% ส่วนองค์ประกอบที่เหลือเป็นคาร์โบไฮเดรต
และเต็มไปด้วยไขมันที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายที้สำคัญเวย์ชิดนี้มีราคาที่ถูก
และเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งหัดเล่นเวทใหม่ๆ
แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันนั่นคือไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีอาการแพ้น้ำตาลจากนมหรือบางยี่ห้อมีรสหวาน
แต่ใช้น้ำตาลปลอมเป็นส่วนประกอบแทนต่อมาคือไอโซเลต …

ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินได้เห็นคำว่า “ไขมันทรานส์” ผ่านหูผ่านตาอยู่บ่อยๆ
หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศว่า ทรานส์แฟต (Trans Fat) จะถูกห้ามผลิต
นำเข้า และจำหน่ายในประเทศไทย ภายใน 6 เดือน ว่าแล้วเรามารู้จัก
“ไขมันทรานส์” พร้อมวิธีหลีกเลี่ยงภัยเงียบต่อสุขภาพนี้กัน…
กรด “ไขมันทรานส์” (Trans Fatty Acids) คือ
น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oils)
เพื่อให้น้ำมันกลายมาเป็นไขมันแข็ง
ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากมีราคาถูก
ช่วยให้อาหารอยู่ได้นานโดยไม่เหม็นหืน ไม่เป็นไขและสามารถทนความร้อนได้สูง
ไขมันทรานส์ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเพิ่มระดับไขมันเลว (LDL) และลดไขมันดี (HDL)
ในเส้นเลือด ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
เบาหวาน อัมพฤกษ์ …

Back to top